posted on 10 Oct 2008 10:28 by sad-melody
ฉันเคยคิดหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ยังเป็นเด็กช่างฝัน ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย ฉันนั่งมองกระจก แล้วก็คิดมาเสมอว่า ถ้าฉันมีตัวฉันเองเป็นเพื่อนอีกคน ที่เดินออกมาจากในกระจกแล้วล่ะก็ เค้าจะเข้าใจฉันมั้ยนะ เราจะสนุกสนานด้วยกันเวลาที่มีความสุข เพราะเราสุขเหมือนกัน หรือเราจะตีกัน เพราะเราต่างก็คิดมุมเดียวกัน
ตอนนี้ฉันโตแล้ว แต่ฉันก็ยังคงมานั่งหวนนึกทุกครั้ง ถึงเรื่องราวคนในกระจก ยิ่งโตขึ้น อารมณ์ และความรู้สึกของฉันก็ยิ่งซับซ้อน และอ่อนไหวมากขึ้น วันนึงที่ฉันได้ไปนั่งกินเหล้ากับเกริกเพื่อนสนิทอันยาวนานของฉัน ว่าทำไมฉันถึงต้องมาเป็นแบบนี้ ใครที่ผ่านเข้ามาอยู่เคียงข้าง แต่ไม่มีใครเลยที่จะเข้าใจ และรับรู้ รวมไปถึงยอมรับความรู้สึกของฉัน สิ่งที่ฉันเป็น และสิ่งที่ฉันแสดงออกไปได้เลย แม้แต่คนเดียว ...เกริกฟังแล้วนั่งนิ่ง แล้วก็พูดกับฉันว่า ฉันไม่มีทางที่จะมีใครเคียงข้างได้หรอก เพราะอารมณ์ของฉันเป็นอย่างนี้ ไม่มีใครตามอารมณ์ฉันทัน และก็จะไม่เข้าใจฉัน แต่ที่เราเข้าใจเพราะเราเป็นเพื่อนมานาน ... อืม ฟังแล้วก็เหมือนจะพูดให้รู้สึกดีที่ยังมีเพื่อนเข้าใจ หรือนึกอีกที ว่าฟังแล้วก็ปลงซะ ไม่มีทางหรอกที่จะมีคนอย่างนั้น -______-""
ตั้งแต่วันนั้น ฉันก็ทำใจ ที่จะมีโลกส่วนตัวของตัวเอง ยังไงก็ไม่มีใครเข้าใจ ...โลกของฉันหยุดหมุน...........
ลมฝนปีนี้เลยทำหน้าที่ชะล้างหัวใจของฉันให้สะอาดเอี่ยม พร้อมเดินทางใหม่ ด้วยความรู้สึกเข้มแข็ง และอยากที่จะอยู่กับตัวเอง ... ในใจฉันคิดอย่างนั้น เพราะไม่ต้องการที่จะค้นหาคนที่เข้าใจฉันอีกแล้ว
ผ่านลมฝนไปไม่เท่าเท่าไหร่ ลมหนาวเจ้าเล่ห์พัดมาอย่างเคย ในช่วงเวลาที่ฉันไม่มีใครเคียงข้าง และความรู้สึกภายในจิตใจที่เคลียร์ ลมหนาวเจ้าเล่ห์ ปีนี้ช่างทำตัวแสนดี เอาใจฉันด้วยการพัดพาคนในกระจกเงาออกมา ว๊าวววว ฉันไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ตัวฉันเองอีกคนเดินออกมา .. ฉันไม่อาจจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ นอกซะจากว่า ... ตื่นเต้น และประหลาดใจ
ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่า อารมณ์ของตัวเอง น่ารัก และน่าเบื่อมากขนาดไหน ตั้งแต่เจอเงาในกระจกของฉัน แต่ดีที่ฉันมาเจอเงาในกระจกเมื่อฉันเติบโตแล้ว มันทำให้ฉันพยายามเข้าใจกับอารมณ์ของเงาที่เกิดขึ้นมากกว่าที่จะรู้สึกต่อต้าน และไม่ใส่ใจ เพราะนั้นก็คืออารมณ์ของฉันเองเช่นกัน ... เบื้องต้น มุมมอง ความคิด ความฝัน ช่างเหมือนกันอย่างน่าประหลาด แม้แรงกระตุ้นอาจจะต่างกัน ก็ไม่แปลกอะไร เพราะเราไม่ได้เกิดและโตมาในรูปแบบเดียวกัน แต่ถึงอย่างนั้นมันทำให้รู้สึกว่า จิ๊กซอว์ที่เราเริ่มต่อกันนั้น มันก็เป็นภาพเดียวกัน ส่วนที่ขาดหายของฉัน และส่วนที่ขาดหายของเธอ คงจะมีบางมุมของฉัน หรือบางมุมของของเธอ ที่เราจะลองหมุน และพลิกไปพลิกมาดู เผื่อจะเติมกันเต็ม
หวังว่า..จะไม่หวังอะไรมากไปกว่านี้ ^ ^ (ฉันบอกตัวฉันเองแบบนี้)
edit @ 10 Oct 2008 11:16:21 by sad-melody
edit @ 14 Oct 2008 10:18:46 by sad-melody
posted on 23 Aug 2008 09:34 by sad-melody
3 เดือนที่โสดสนิท แต่เป็น 3 ปีที่อกหัก แน่ล่ะ ก็ฉันไม่ได้รักใครง่ายๆ ก็แค่คนผ่านมา แล้วก็ผ่านไป ก็เท่านั้น
ความโหยหา ความเหงา ห่อเหี่ยว เศร้า หดหู่ และอะไรอีกมากมาย ที่พาให้จิตตก เป็นโรคซึมเศร้า มาถึงตอนนี้ ได้บำบัดด้วยใจตัวเอง มันง่ายดายอย่างที่ไม่เคยได้นึกถึง เพียงแค่เราจะยอมรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น ยอมรับความผิดพลาด ไม่ว่าจะเป็นของใคร ทั้งเค้า และเรา ที่ทำให้มันต้องจบลง แม้จะเสียดาย แต่เมื่อเรายอมรับมันได้ เมื่อนั้นเราก็จะพ้นทุกข์
วันนี้ฉันอยู่กับตัวเองได้แล้ว แต่ฉันยังไม่พร้อมที่จะให้ใครเดินเข้ามา แม้ฉันจะเหงา แต่ฉันก็เพียงอยากจะพักผ่อน ความสงบสุขของชีวิต ที่ไร้ความอบอุ่น มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหนา หากแต่ว่ามันทำให้ฉันได้นิ่ง หยุดคิด และคุยกับตัวเองมากขึ้น ว่าต้องการอะไร
ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าต่อไปจะมีใครได้อีกรึป่าว เนื่องจากว่าฉันเดินทางมายาวนาน แม้จะไม่ได้ไกลกว่าใคร แต่ฉันก็อ่อนล้า ฉันก็แค่หวังว่าสักวัน ฉันจะหายกลัวที่จะบาดเจ็บ หรือหลงทาง หากฉันได้มืออุ่นๆ จับฉันไว้อย่างมั่นคง
สักวัน
posted on 02 Aug 2008 15:34 by sad-melody
ความรัก..ความฝัน..ความจริง เป็นคุณจะเลือกอยู่กับอะไร
ความรัก..ครั้งแรกที่ฉันรู้จัก เป็นความผูกพันที่เพาะบ่มจากจิตใจอันงดงามของเด็ก 2 คน ที่เติบโตมาด้วยกัน ผ่านวันและเวลาที่คอยใส่ใจ และเติมเต็มแก่กัน อย่างไม่รู้ตัว จนความสนิทสนมก่อเกิดเป็นความรัก ความรักของฉันนี้เป็นความรักที่แสนสวยงาม และยิ่งใหญ่ แม้ว่าฉันจะไม่ได้อยู่กับมันก็ตาม จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ อาจจะเนื่องด้วยกฎเกณฑ์ของสังคม ที่ทำให้เรายิ่งรักกันมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน มันทำให้ฉันได้เรียนรู้ถึงความรักอันบริสุทธิ์ ที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนอื่นใด นอกจากความรู้สึกดีๆที่ยังคงมีให้กันอยู่เสมอ และยังยังคงมีให้ตลอดไป ไม่ว่าเธอจะมีใครก็ตาม..นั่นคือความรักของฉัน
ความฝัน..ฉันรู้จักความฝัน เมื่อฉันฉันได้ตื่นขึ้นมา มันคล้ายๆกับความรัก ที่เกิดจากความผูกพัน แต่มันเป็นความต้องการ และความอยากที่วาดหวังไว้ให้มันเป็นไปตามที่เราจินตนาการไว้ ความฝันของฉันอาจสลายไป หรืออาจจะยังอยู่ ฉันก็ไม่อาจจะรู้ได้ มันอาจเป็นเพียงซัพเซทของความรัก เป็นห้วงแห่งความสุขของฉันที่แสนหวงแหน แม้จะรู้ตัวเมื่อสายไป เมื่อฉันตื่นขึ้นมา ฉันจึงได้รู้ว่ามันเป็นเพียงความฝันที่ไม่อาจไขว่คว้ามาได้ ความสุข ความมั่นคง หรืออะไรก็ตามแต่ที่เกิดขึ้นเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการแล้ว ท้ายที่สุดจะทำให้เรามีความสุขด้วยความรู้สึกลึกที่ซ่อนไว้คือความรู้สึกอะไร..พอใจงั้นหรือ
ความจริง..มันเป็นสิ่งที่น้อยคนจะพึงพอใจ สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ทุกๆวัน ที่เราอาจจะสุขหรือทุกข์ ตัวแปรที่สำคัญที่เรามองเลยข้ามไป นั่นก็คือตัวของเราเอง เราอาจจะโทษฟ้า โทษดาว โทษดวงชะตา หรือแม้แต่คนรักที่ทอดทิ้งเราไป ดังนั้นเมื่อความรักได้เดินจากเราไป และเราตื่นขึ้นมาพร้อมหลุดพ้นจากความฝัน เมื่อนั้นเราจะพบกับความจริง..แม้ว่าจะมีใครเดินผ่านเข้ามาและเดินห่างออกไปกี่คนก็ตามแต่ หรือแม้แต่ว่าเราจะต้องอยู่ในช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยว ท้อแท้ และกลัวที่จะลุกขึ้นมาใหม่ มันคือสิ่งที่ยากที่เราจะยอมรับความจริงที่ปราศจากความรัก และความฝันได้
แต่ท้ายสุด ฉันก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับหัวใจตัวเอง อยู่อย่างมีสติ อยู่อย่างรักตัวเอง และที่สำคัญความสุขที่เกิดจากตัวเอง จะดีที่สุดเมื่อไม่คาดหวังความสุขที่ต้องการจะได้รับจากความรัก..หรือ ความฝัน
สุดท้ายแล้ว ฉันจะเลือกอะไร ระหว่างความรัก..ความฝัน..ความจริง
สิ่งที่ฉันเลือกนั้น
ความรัก..มันจะยังคงอยู่ในใจฉันตลอดไป
ความฝัน..มันผ่านพ้นไปแล้ว และฉันจะจดจำไว้แต่สิ่งดีๆ
ความจริง..ฉันเลือกที่จะอยู่กับหัวใจตัวเอง..เฝ้ามองรอบข้างอย่างมีสติ และไม่คาดหวังกับสิ่งใด เพราะความสุขจะเกิดขึ้นได้จากตัวฉันเอง
คิดถึงนะ..ความรัก
ลาก่อน..ความฝัน
สวัสดี..ความจริง
posted on 26 Jul 2008 14:51 by sad-melody
วันนี้ออกไปทำงาน แล้วก็เจอรถติดเหมือนเช่นเคย จิตใจที่เข้มแข็งขึ้น พอจะเปิดกว้างพอให้มองเห็นอะไรมากกว่าความทุกข์ในใจ เวลาขับรถไปไหนๆที ก็ยาวนานเหมือนเช่นเคย แต่ได้มองเห็นหลายๆอย่างมากกว่าที่ผ่านมา
วันนี้ขับรถผ่านไปแถวสุขุมวิท รถราก็ยังคงหนาแน่นอย่างที่มันเป็นไป แหงนมองไปด้านบน ก็มีรางรถไฟฟ้ามาบดบังเป็นเส้นสาย มองเลยทะลุออกจากรางคอนกรีต ก็เลยไปจนถึงท้องฟ้าใสสีฟ้าน่ารัก เมฆข้างบนลอยลิ่วปลิวลม ผ่านไปเป็นกลุ่มบางๆ แผ่นแล้วแผ่นเล่าเกาะกันอยู่กันอย่างเบาๆ คล้ายกับสำลี ฉันนอนแหงนมองอยู่อย่างนั้น กับโลกที่เหมือนจะหยุดเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง หากฉันลอยอยู่กับแผ่นเมฆเหล่านั้น ฉันคงลอยไปถึงทะเลแล้ว...ข้างบนลมแรงน่าดู
และแล้วรถก็ถึงคราวขยับ ขอบคุณซูปเปอร์แมนที่ช่วยหมุนโลกกลับ ให้เหมือนโลกหยุดอยู่นิ่งชั่วขณะ ให้ฉันได้มองฟ้าใสๆ เมฆบางๆ กับลมแรงๆที่มองไม่เห็น ...มันสวยจัง
edit @ 26 Jul 2008 15:00:07 by sad-melody
posted on 25 Jul 2008 10:04 by sad-melody
รักคือรอยยิ้ม.............รักคือน้ำตา
รักคือพลังจิตใจ........รักคือความหมดแรงกายและใจ
รักคือการให้..............รักคือความต้องการ
รักคือความหวัง..........รักคือการมองโลกในแง่ร้าย
รักคือการรอคอย........รักคือการท้อแท้
รักคือการเสียสละ.......รักคือความเสียดาย
รักคือความสดชื่น........รักคือความห่อเหี่ยว
รักคือความอิ่มเอมใจ...รักคือความปวดร้าว
รักคืออนาคต.............รักคืออดีต
รักคือความสุข............รักคือความทุกข์
สรุปแล้วว่า ฉันไม่รู้ว่ารักคืออะไร รู้แต่ว่าคำๆนี้มันทำให้เกิดโลกขึ้นได้ทั้งสองใบ คือโลกแห่งแสงสว่าง และโลกแห่งความมืดหม่น
แต่ตอนนี้ฉันพอจะเข้าใจว่า เราเลือกได้ว่าจะให้รักคืออะไร เพราะรักเกิดจากข้างในใจของเรา ฉันขอเลือกความรักด้านซ้าย เพื่อที่จะให้ความรักของฉัน เป็นสิ่งที่สวยงาม
posted on 24 Jul 2008 11:12 by sad-melody
จริงอยู่..คนเราอาจมีความรักหยิบยื่นให้ใครหลายต่อหลายคนในคราวเดียวกัน แต่หากเป็นความรักระหว่างคนรักแล้วล่ะก็ คงจะเป็นสิ่งที่ลำบากใจมากทีเดียว ที่จะหยิบยื่นให้พร้อมๆกันทุกคน
ความรักระหว่างเราที่ยืดยาว และผ่านช่วงเวลาอันแสนสุข และช่วงเวลาที่แสนเศร้า จนเราต้องพรากจากกัน อาจจะเป็นเพียงช่วงเวลาที่แสนสั้น หรือเป็นช่วงเวลาที่แสนยาวนาน ช่องว่างระหว่างเราจะมีใครต่อใครผ่านไปมา ก็คงเป็นเรื่องธรรมดา และคงไม่มีปัญหาอะไรหากช่องว่างนั้นเปิดกว้างมากพอ ที่จะไม่กระทบกระเทือนจิตใจของกันและกัน และจิตใจของคนที่เข้ามาในช่องว่าง
และครั้งนี้ ที่ฉันมีช่องว่างที่กว้างพอเพื่อที่จะรักใครสักคน และเพื่อจะก่อเกิดช่องว่างอีกช่อง แต่ช่วงเวลาคาบเกี่ยวช่างโหดร้ายกับฉันนัก ช่องว่างแห่งใหม่ได้เปิดขึ้นมา ช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดก็เกิดขึ้นด้วยอีกเช่นกัน ในขณะที่ช่องว่างช่องเดิมได้กลับมาแคบลง เพื่อเติมความอบอุ่นที่ขาดหาย ทุกอย่างช่างมาเกิดในช่วงเดียวกัน ความรักที่เกิดขึ้นทั้งสองห้วงเวลาได้มาซ้อนทับกัน แต่อย่างว่ามิติเวลาแห่งความรักจะมาในคราวเดียวกันไม่ได้ ช่องว่างทั้งสองจึงไม่เหลืออีกเลย กลายเป็นความว่างเปล่ารอบตัวฉัน
แปลกดีทั้งที่ใจซื่อสัตย์ รักได้ที่ละคน เรียนรู้ได้ทีละคน แต่รักที่ฝังลึกก็ไม่เคยจางหายไป หรืออาจจะแปรเปลี่ยนเป็นเพียงแค่ความผูกผัน ฉันก็ไม่สามารถรู้ชัดแจ้งได้จากภายในจิตใจ แต่เมื่อถึงช่วงเวลาคาบเกี่ยวแห่งความรักครั้งนี้ กลายเป็นเหมือนฉันจับปลาสองมือ และก็ไม่มีปลาสักตัวอยู่ในมือฉัน
ฉันอาจจะสมน้ำหน้าตัวเอง หรือว่าจะโทษช่วงเวลาคาบเกี่ยวดี แต่ถึงอย่างไรมันก็ถึงจุดหมายปลายทางเดียวกัน ก็คือเจ็บ ฉันไม่สามารถเรียกร้องความรักที่หายไปกลับมาได้ และไม่สามารถรักษาความรักที่มีอยู่ไว้ได้
ทุกคนหันหลังให้ฉัน และทิ้งฉันไว้เพียงคนเดียวอย่างเคย...
ฉันหลับตาลง และเปิดใจกว้างเพื่อมองดู ตอนนี้ฉันก็พอจะเข้าใจอะไรมากขึ้น ความรักที่หายไปก็คือสิ่งที่หายไป ไม่มีวันกลับมา มันไม่ใช่ความรักของฉันมานานแล้ว ส่วนความรักในครั้งนี้ ก็เป็นความรักที่จบลงด้วยตัวของมันเอง ซึ่งไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งสิ้น เพราะถึงที่สุดมันก็ต้องจบลง ดังนั้นไม่ว่าจะอะไรมันก็คือจุดสิ้นสุดที่ไม่เกี่ยวข้องกันอยู่ดี เมื่อคิดได้อย่างนี้ ฉันก็จะเลิกโทษตัวเอง เลิกโทษช่วงคาบเกี่ยว หรืออะไรทั้งนั้น มันก็แค่ความไม่ลงตัว เหมือนจิ๊กซอว์คนละภาพ .. ก็เท่านั้น
posted on 22 Jul 2008 15:08 by sad-melody
ความรักที่ถูกโอบล้อมไว้ ใช่ว่าจะดีเสมอไป หากโอบล้อมด้วยภาวะจำยอม มิใช่โอบล้อมไว้ด้วยหัวใจ
หากความรักของฉันและเธอเปรียบดั่งท้องทะเล และท้องฟ้าที่มิอาจจะพบกันได้ แต่ใครเล่าจะตอบได้ว่าเราจะได้พบกันตรงไหน เพราะระยะทางห่างของเรานั้นแสนไกลเหลือเกิน ทั้งที่อยู่ใกล้กันเพียงแหงนมอง ก็คงจะได้เพียงแค่....แหงนมอง
คำตอบเดียวที่ใครๆที่เฝ้าคะนึงถึง เพื่อให้ความรักระหว่างสองเรานี้มาบรรจบกับ อาจเป็นแค่เพียงเส้นขอบฟ้านั่น ทำไมเราไม่ลองเดินไปด้วยกันดู เพื่อไปให้ถึงเส้นสายแห่งความรัก
แต่ใครจะรู้ได้ว่าเส้นขอบฟ้านั่นเป็นเพียงภาพลวงตา มายาใจให้นึกหลงลอยไปกับความฝัน ที่ไม่มีวันเป็นความจริง หากจะลองย้อนเงี่ยหูฟังชาวประมงกระซิบเล่า จะได้ยินเสียงแผ่วเบา ว่าเขานั้นก็ไม่เคยเจอ
ความรักที่ได้แต่แหงนมองอย่างนี้อย่างน่าเจ็บปวด หากฉันจะกลายเกลียวน้ำผืนใหญ่ให้สลายไปเป็นคลื่นเกลียวน้อย หลบหนีอ้อมกอดเธอที่โอบล้อมฉันไว้ด้วยความเจ็บปวด เสียงที่ซัดสาดทรายเพื่อสลายตัวเอง คงจะแทนเสียงโหยหาที่แสนจะทุกข์ทรมาน
แต่ทว่า ช่างโชคร้ายนัก แม้แต่ผืนทรายที่ใด ก็ไม่อาจจะโอบอุ้มความรักของฉันไว้ เม็ดทรายเล็กๆนั่น มีแค่เพียงดูดซึมฉันให้ผ่านไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า และไหลย้อนคืนลงสู่ทะเล เพื่อแหงนมองท้องฟ้าผู้เป็นที่รักอีก..จนชั่วนิรันกาล
edit @ 22 Jul 2008 15:56:13 by sad-melody
posted on 21 Jul 2008 16:25 by sad-melody
ตอนนี้ในใจฉันว่างเปล่า เหมือนหลุมดำที่อยู่กลางห้วงคำนึงมาตลอดไปหายไป ทำไมนะ
คำตอบแห่งความเจ็บปวดที่ค้างคามานาน อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ฉันคิด แต่มันอาจจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
ฉันรักเธอ...หรือเปล่า หรืออาจเป็นเพียงความเจ็บปวดที่รอการปลดปล่อย
ตอนนี้เธอได้ปลดปล่อยฉันแล้วด้วยใจของเธอ และลมปากที่เธอบอกว่ารักฉัน และเลือกที่อยู่อยู่กับฉัน
แค่นั้น...อาจเป็นเพียงลูกกุญแจที่ปลดปล่อยฉันจากพันธนาการแห่งความเจ็บปวด แม้ตอนนี้ตัวเธอนั้นอาจจะอยู่กับใคร หรือแม้ว่าใจเธอจะเป็นของใคร โปรดให้คำๆนี้ที่แสนอบอุ่นอยู่กับฉันตลอดไป
สักวันฉันอาจค้นพบแสงสว่างด้วยตัวฉันเอง และบัดนี้หัวใจฉันได้รับการชำระล้างแล้ว
ลาก่อน...อดีตอันชื่นหวาน และลาก่อนความเจ็บปวดอันแสนยาวนาน
สวัสดีค่ะ ปัจจุบัน ยินดีที่ได้พบเจอ
posted on 21 Jul 2008 16:25 by sad-melody
ที่รัก...ตั้งแต่วันนั้นที่เธอเข้ามาในชีวิตฉัน จวบจนวันที่ฉันตั้งใจเอานิ้วเล็กพร่ายพรมบนคีย์บอร์ดให้ออกมาเป็นตัวหนังสือนี้ มันผ่านไปถึง 8 ปีแล้วรู้หรือเปล่า มันอาจช่างเป็นเวลายาวนานที่เราร่วมเติบโตและเรียนรู้กัน และได้ห่างหายกันไปในบางคราว
ที่รัก...ฉันมานั่งนึกถึงเวลา 8 ปี เพราะฉันไม่รู้ว่ามันจะมีความหมายอะไรมากไปกว่าระยะเวลาในปฎิทินหรือไม่ หากฉันจะมีอายุอยู่อีกเพียง 40 ปี จากนี้ ฉันจะมีเวลาที่เหลือ 14,600 วัน หรือ 350,400 ชั่วโมง หากลบเวลานอนหลับพักผ่อน ทำงาน และอื่นๆ รวมกัน 19 ชั่วโมง ฉันจะเหลือเวลา 5 ชั่วโมงต่อวัน หากฉันใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดอยู่กับเธอ ฉันจะมีเวลาอยู่กับเธอ 73,000 ชั่วโมง หรือ 3,041 วัน หรือเพียง 8 ปี เท่านั้น
ที่รัก...แปลกใจมั้ย มันเป็นเวลาที่เท่ากัน
....8 ปีที่เราผ่านเลยมันไป กับ 8 ปีที่เราจะใช้เวลานี้อย่างทนุถนอมด้วยกัน
หรืออาจเป็นเพียง 8 ปี ที่ฉันจะต้องจมอยู่ความทรงจำ 8 ปีที่ผ่านมาของเราเพียงคนเดียว
8 ปี
ฉันรักเธอ
posted on 21 Jul 2008 16:22 by sad-melody
ตอนนี้ฉันกำลังกลัวสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วที่ทำให้ฉันเจ็บเจียนตาย...
ความรักของฉันไม่เคยจบลง แม้ว่าจะต้องแยกทาง ความเป็นไปของเรามันสวยงามเสมอแค่เราได้พูดคุย ห่วงใย และถามไถ่กัน แม้ว่าเธอนั้นจะมีใคร รู้มั้ยว่าทำไม เพราะรักฉันนั้นบริสุทธิ์ใจ ขอแค่เธอมีความสุข ฉันก็สุขใจ แต่เมื่อ 2 ปีที่ผ่าน คำถามที่ค้างคาในใจมาเสมอ ว่าทำไมไม่หลงเหลือความรักให้ฉันอีกแล้วหรอ จึงได้ตัดรอนอย่างสิ้นเชิง ไม่ให้แม้โอกาสจะได้เจอะเจอ ถามไถ่เรื่องราวทุกข์สุขของกันและกันเมื่ออย่างเก่า ตอนที่รับโทรศัพท์ครั้งสุดท้าย เธอว่ารู้บ้างมั้ยว่าทำหัวใจฉันสลาย ยิ่งกว่าตอนเราแยกทางกัน หัวเข่าของฉันทรุดลงไปกับพื้น ราวกับขาไม่มีเรี่ยวแรง ตั้งแต่นั้นมาน้ำตาฉันไม่เคยหยุดไหลได้เลย
วันนี้เธอกลับมา...ฉันเหมือนอยู่ในโลกของความฝัน 4 วันที่ฉันได้อยู่ใกล้ๆเธออีกครั้ง เหมือนกับว่าระยะเวลาที่โหดร้ายนั้นเป็นเพียงความฝัน ทุกอย่างสดใสเจิดจ้าสวยงาม แม้ว่านัยน์ตาเธอนั้นจะบ่งบอกให้ฉันรู้เป็นนัยๆถึงลางร้ายว่า ใจเธอนั้นยังมีเค้าอยู่ ใจฉันตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร หรือเรียกร้อง แค่อยากให้เธอมีความสุข ฉันเจ็บปวดเหลือเกินที่เห็นแววตาทุกข์ทนของเธอ แต่ฉันไม่กล้าที่จะเอ่ยปากบอกอะไรออกไป นอกจากเป็นกำลังใจอย่างเงียบๆ ให้เธอแข็งแรงขึ้น
อ้อมกอดของเธอที่ฉันต้องการตลอดมา มันไม่อบอุ่นเหมือนเก่า มันเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นฉันเอาไว้ แม้อยู่ใกล้เพียงลมหายใจ ทำไมกลับกลายความรู้สึกเหมือนเข้าไม่ถึงใจเธอ เธอคงยังมีใจให้ใครที่เธอรัก ซึ่งไม่ใช่ฉัน ผิดกับฉันที่แม้มีคนผ่านเข้ามาเท่าใด ใจฉันไม่เคยให้ใครไปได้เลยสักที มันยังถูกฝังอยู่ที่เดิมเสมอ
ตอนนี้ภาพแห่งความฝันสลายไปอีกครั้ง ฉันกลับมาสู่โลกที่โหดร้าย โลกที่ไม่มีเธอ กับเหตุการณ์อันคุ้นเคย เหมือน 2 ปีก่อนก้าวเข้ามาหาฉันอย่างช้าๆ เธอมาให้ความหวังกับคนที่สิ้นหวังอย่างฉัน แต่ทำไมฉันกลับกลายเป็นว่าว้าวุ่นใจกว่าเดิม ค่ำคืนนี้ฉันมานั่งนึกตรึกตรอง ถามถึงที่มาแห่งความว้าวุ่นทรมานจิตใจนี้ ฉันกลัวความหวังที่เธอหยิบยื่นให้จะเป็นดาบสองคมกลับมาทำร้ายฉันอีก หากเธอยังมีหัวใจเพื่อเพียงมอบให้เค้าคนนั้น และปฎิเสธฉันอย่างสิ้นเยื่อใยอีกครา ที่รัก ได้โปรดรับรู้ไว้ ฉันไม่สามารถเจ็บเจียนตายได้ถึงสองครั้ง ที่รัก...ได้โปรด
ช่วงเวลา 5 ปีแห่งความรักของเรา และเวลาอีกเกือบ 3 ปี ที่เราจากกันไป แต่เธอรู้มั้ย มันคือเวลา 8 ปี ที่ฉันมีรัก น้ำตาที่เธอไหลมาให้ฉันเห็นวันนั้น เธอบอกมันเป็นน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะสงสารฉัน ฉันไม่เข้าใจ แต่ไม่เป็นไรหากเป็นเพียงแค่น้ำตา แต่ที่รัก...ครั้งนี้หากเธอกลับมาหาฉัน ได้โปรด...ได้โปรด โปรดกลับมาเพราะความรักที่เธอยังมีให้ฉัน อย่างที่เธอบอกวันนั้น อย่ากลับมาอย่างเจ้าน้ำตาแห่งความสงสารนั้นเลย เพราะมันจะทำให้ฉันไม่มีค่าในสายตาเธอ
ที่รัก...ฉันยังรอเธอเสมอ